วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4




สรุป เรื่อง การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ
ตอบ การทำงานเป็นทีม หมายถึง การร่วมกันทำงานของสมาชิกที่มากกว่า 1 คน โดยที่สมาชิกทุกคนนั้นจะต้องมีเป้าหมายเดียวกันวางแผนการทำงานร่วมกัน ว่าจะทำอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน ทีมต้องทำงานร่วมกัน โดยทุกคนในทีมจะต้องทุ่มความคิด ทุ่มแรงกาย เพื่องาน เพื่อความสำเร็จของงาน โดยไม่ถือว่าเป็นผลงานของคนคนเดียวแต่ผลงานทั้งหมดเป็นของทีม ทีมที่ดีควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความไว้ใจกัน เชื่อใจกัน มีความผูกพันกันจนก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีกัน การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารงาน  บทบาทสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของกลุ่มสมาชิกเป็นอย่างดีในการทำงานขององค์กร ของหน่วยงาน หากองค์กร หน่วยงาน ไหนที่มีทีมงานที่เข้มแข็ง ย่อมก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันกับองค์กรหรือหน่วยงานอื่น
1.  แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม เป็นอย่างไร     
ตอบ  แนวคิดหลักการทำงานทีม หัวใจของการทำงานเป็นทีม ขึ้นอยู่กับการมีผู้นำทีมเข็มแข็ง ประคับประคองให้ทีมก้าวสู่ข้างหน้าตามวัตถุประสงค์ทีมวางไว้ด้วยความมั้นใจ ผู้ตามเป็นบุคคลสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานของทีมให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทีมงานต้องกระทำด้วยการร่วมใจร่วมคิดและร่วมทำ  โดยมีหลักการทำงานดังนี้
         1. มีทัศนคติที่เป็นบวก มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ไม่คิดในทางลบ เช่น หากเจอปัญหาในการทำงาน แทนที่จะนั่งกลุ้มใจคิดว่าคราวนี้ต้องแย่แน่ ก็ให้มองว่า นี่เป็นหนทางหนี่งที่จะฝึกฝนให้เราเก่งกล้ามากยิ่งขึ้น
         2.
มีจิตใจที่สงบ เคยได้ยินคำพูดที่ว่า "จงใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว" หรือเปล่า คำพูดนี้ใช้ได้ผลดีทีเดียว เวลาเกิดปัญหาขึ้น เราอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปกับปัญหานั้น การมีจิตใจที่สงบ มีสมาธิ จะทำให้เราเกิดปัญญาในการคิดหาวิธีแก้ปัญหา นอกจากนี้ ยังทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี
         3. มีความอดทน คาถาข้อนี้ก็สอดคล้องกับข้อที่แล้ว เพราะการที่เราจะมีจิตที่สงบได้ เราต้องรู้จักอดทนอดกลั้น ระงับอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดีต่าง ๆ หากสิ่งใดไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ เราก็ต้องอดทนรอคอยให้ถึงช่วงเวลาของเรา นอกจากนี้ยังต้องอดทนต่อปัญหาและความยากลำบากในการทำงานด้วย
         4. เป็นคนตรงต่อเวลา มนุษย์เราได้ถูกปลูกฝังให้เป็นคนมีวินัย รู้จักตรงต่อเวลามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เช่น การไม่มาโรงเรียนสาย ส่งการบ้านให้ตรงเวลา ในการทำงานก็เช่นกัน หากเรามาทำงานสาย เจ้านายคงไม่ชอบแน่ ๆ แล้วยิ่งถ้าเราผิดนัดลูกค้า ผลเสียคงตามมาอีกเป็นกระบุง แม้แต่เวลายังรักษาไม่ได้ เจ้านายหรือลูกค้าคงไม่ไว้ใจให้เราทำงานใด ๆ
         5. เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน การเป็นคนสุภาพนอบน้อมจะทำให้มีแต่คนรักใคร่ และอยากช่วยเหลือนะคะยิ่งถ้าเรามีตำแหน่งใหญ่โตด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีความสุภาพอ่อนน้อมเพราะจะทำให้ผู้อื่นยิ่งเกรงใจเรามากขึ้น ตรงกันข้าม การทำตัวกระด้างกระเดื่อง หยาบคาย หยิ่งยโส ย่อมเป็นที่รังเกียจของสังคม และไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย
         6. ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน การที่เรามีหน้าที่อะไร เราก็ควรทำตัวให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหน้าที่นั้น ๆ หมั่นแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ และหมั่นฝึกปรือฝีมือในการทำงานอยู่เสมอ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด การทำงานอย่างมืออาชีพ จะเป็นที่ชื่นชมและไว้วางใจของเจ้านาย รวมไปถึงลูกค้าที่ย่อมจะพอใจ และไว้วางใจให้เราดูแลงานของเขาต่อไป

 
 2. นักศึกษาจะมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบ                     
  ตอบ    สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน มีการสื่อสารกันอย่างชัดเจนไม่ปิดบังกัน มอบหมายงานก็ต้องมีความชัดเจนแน่นอนไม่เปลี่ยนไปมา ยอมรับในความแตกต่างของสมาชิกในทีม เนื่องจากคนเราเกิดมาก็มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เพศ วัย ศาสนา การศึกษา สิ่งแวดล้อม ความสามารถ ประสบการณ์ ฯลฯ             
 ซึ่งมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพดังตัวอย่างนี้
สร้างจุด โฟกัสเพื่อการทำงานเป็นทีม
หนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่จะทำให้การทำงานเป็นทีม (Teamwork) ประสบความสำเร็จนั้น ทีมงานต้องไม่หลงลืมที่จะสร้างจุด โฟกัสให้กับการทำงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เมื่อเราเข้าใจทิศทางของการทำงานอย่างถูกต้องครบถ้วนเหมือนกันแล้ว ก็จะทำให้การทำงานง่ายและสะดวกมากขึ้น
 เพิ่มความรู้สึกร่วมต่อการทำงาน
การจะทำให้การทำงานแบบทีมเวิร์กมีจุดแข็งนั้น ทีมต้องไม่ละเลยที่จะสร้างความรู้สึกร่วม ให้มีแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกัน  เพราะการจะบรรลุเป้าหมายโดยนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้นั้น ต้องไม่ใช่บุคคลเพียงคนเดียวที่จะออกคำสั่งหรือดำเนินการ แต่ทุกคนในทีมต้องมีความรู้สึกร่วมกัน ต้องการรับผิดชอบร่วมกัน
ปลดปล่อยพลังในการทำงาน
วิธีหนึ่งที่จะทำให้การทำงานแบบทีมเวิร์กสำเร็จได้นั้น ผู้ทำงานต้องรู้จักปลดปล่อยพลังในการทำงานให้ออกมามากที่สุด เพื่อให้เกิดไฟในการทำงานและศักยภาพที่เต็มเปี่ยม อันจะส่งผลให้ผลลัพธ์กลับมาสู่องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



กิจกรรมที่ 3

1. การจัดการเรียนการสอน จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21กับยุคก่อนศตวรรษที่ 21   เปรียบเทียบกันแตกต่างกันอย่างไร 
ตอบ  การจัดการเรียนการสอน  จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน ในยุคก่อนศตวรรษที่ 21
          การเรียนรู้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน  และจะมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ หรือผู้ที่มีความรู้   คุณครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้  ในอดีตยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ผู้สอนจะใช้วิธีการสอนแบบเดิมๆ โดยสอนเพียงในห้องเรียนเท่านั้น ทำให้ผู้เรียนไม่เกิดการเรียนรู้และไม่มีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงการศึกษาจะเกิดขึ้นในโรงเรียนเท่านั้น มนุษย์ในยุคนี้ไม่รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง และไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้  ถ้าคนใดจดจำความรู้ได้มาก ย่อมเรียนรู้ได้ดีกว่าคนที่จดจำความรู้ได้น้อย
ตอบ  การจัดการเรียนการสอน จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21
          การจัดการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น สามารถขึ้นได้ตลอดเวลาเรียนรู้ได้ในสถานการณ์จริงซึ่งมีรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครูมิใช่ผู้มอบความรู้ แต่เป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กและเยาวชน และมีรูปแบบการสอนที่หลากหลายโดยมีเทคโนโลยีเป็นสื่อในการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่สอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นวิธีที่สะดวกสบาย ง่าย และรวดเร็ว ช่วยทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ต่างๆ เกิดความคิดสร้างสรรค์ คิดเชิงวิเคราะห์ และผู้เรียนสามารถสรุปความคิดรวบยอดได้  มีการใช้เทคโนโลยีในการที่จะเรียนรู้แบบร่วมมือ และผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ หรือสร้างข้อมูลใหม่ๆขึ้นมา

 2.ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตที่ท่านจะเป็นครูยุดต่อไปข้างหน้า ให้สรุปตามแนวคิดของนักศึกษา
ตอบ   ครูในอนาคตต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีและเรื่องของภาษาเป็นอย่างยิ่ง จะต้องเป็นครูที่ทันสมัยและจะต้องหาวิธีการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่หลากหลาย และใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อในการเรียนการสอนได้อย่างชำนาญ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น กระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเรียน เกิดกระบวนการคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อีกทั้งยังทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวันได้จริง